คืนนี้ฝนไม่ได้แวะผ่านมาทักทาย
ถนนแห้ง รถราวิ่งกันขวักไขว่เป็นปกติ
แสงไฟแข่งกันอวดความสว่างอย่างไม่มีใครยอมใคร
เสียงดนตรีเบาๆลอยมาพร้อมกับสายลม
โต๊ะ เก้าอี้บางตัวยังว่างเปล่า ตรงหน้าผมตอนนี้มีแก้วอยู่ 1 ใบ
บรรจุของเหลวที่พร่องไปแล้วกว่าครึ่ง
ห่างออกไป มีแก้วคล้ายๆกัน ของเหลวคล้ายๆกัน
แต่ปริมาณมากกว่าเกือบเท่าตัว ดูเหมือนว่า
ผู้เป็นเจ้าของไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นัก
เธอกำลังตกอยู่ในโลกส่วนตัว โลกอีกใบที่มีสายฝนโปรยปราย
ไม่หนักหนา แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเอาง่ายๆ
ผมชอบสายฝนก็จริง แต่ฝนแบบนี้ผมไม่ชอบเอาเสียเลย
…
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไหร่ผมขี้เกียจนับ
แต่ผมรู้ว่าคนโทรมาคือใครและรู้สาเหตุที่เธอไม่รับสาย
เหมือนโทรศัพท์จะเหนื่อย มันเงียบไปพักใหญ่ๆ
แล้วมันก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับกลายเป็นเครื่องของผม
ผมกดรับและฟังคำอธิบายคร่าวๆจากอีกฝั่ง
ผมพยักหน้าเข้าใจพร้อมกดปุ่มเปิดเสียง
วางมันลงบนโต๊ะ แล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
…
หน้าห้องน้ำผู้คนขวักไขว่ การจราจรหนาแน่น
ผมเดินเลี่ยงออกมาที่สวนหย่อมเล็กๆข้างร้าน
ควันสีเทาบางเบาลอยอ้อยอิ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
ชีวิตของคนเราอาจยาวนานเกินไป คนบางคนจึงหาวิธีบั่นทอนมันลง
ความทุกข์ ความเหงา ความเศร้า ก็อาจจะเป็นเช่นเดียวกัน
เพียงแค่มันไม่มีควันเท่านั้นเอง
…
ผมกลับมาที่โต๊ะ โทรศัพท์ของผมนอนนิ่งหยุดส่งเสียง
และดูเหมือนว่าสายฝนได้ซาลงแล้ว
…
ท้องถนนแห้งสนิทไม่มีร่องรอยของฝนเมื่อคืนวาน
ผมเพิ่งแยกกับเธอ หลังจากต้นเหตุของสายฝนเดินทางมาถึง
หน้าที่ของผมหมดลง ผมคิดเล่นๆว่าชาติก่อนผมอาจเคยเป็นไม้ขีดไฟ
ที่หลังจากใช้งานแล้วเหลือทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่าน
รอลมพัดให้หายไปเหมือนไม่เคยมีมาก่อน
คืนนี้ผมยังมองไม่เห็นพระจันทร์
ไม่เห็นแม้ดาวดวงเล็กๆ ฟ้าทั้งฟ้ามีอยู่แค่สีเดียว
ผมอาจคิดไปเองว่าได้กลิ่นสายฝนลอยมาจากที่ไหนสักแห่ง
แต่ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้คืนนี้ฝนตก…


