
…
” หนึ่ง.. สอง.. สาม.. สี่.. ห้า.. พรุ่งนี้ค่อยมาเอาหก ”
เสียงใสๆดังมาจากเคาน์เตอร์หน้าร้านตามมาด้วยเสียง
สำเนียงแปร่งๆไม่คุ้นหู …
สาวไทยร่างกระทัดรัด สูงพองาม สวยพอดี กำลังเป็นครูจำเป็น
สอนภาษาให้กับลูกศิษย์ที่เป็นฝรั่งตัวโตๆ
เธอเป็นพนักงานร้านกาแฟในย่านที่มีฝรั่งมากกว่าคนไทย
จากท่าทางคล่องแคล่วทะมัดทะแมง กับภาษาอังกฤษที่พูด
ปร๋อเป็นรถไฟฟ้าชั่วโมงเร่งด่วน ก็พอจะเดาได้ว่า
เธอคงทำงานที่นี่มานานพอสมควร
” สวัสดีคะ รับอะไรดีคะ “ อาจเป็นประโยคทักทายภาคบังคับ
ธรรมดา ถ้าไม่มีรอยยิ้มซนๆแถมพ่วงมาด้วย เป็นรอยยิ้มที่
ไม่ใช่เกิดจากหน้าที่การงาน เพราะมันเป็นแบบเดียวกับ
ที่เธอยิ้มเล่นหัวกับเพื่อนร่วมงาน
ยามว่างปลอดจากลูกค้าเธอคุยสนุกสนานกับเพื่อนๆ
เสียงหัวเราะคิกคักดังมาให้ได้ยินเป็นระยะๆ
…
คล้ายเคยรู้จัก คล้ายเคยเจอกัน เหมือนเห็นเงาใครบางคน
แอบซ่อนอยู่ในนั้น ใครบางคนที่ย้ายมาจากต่างที่
ต่างโรงเรียน ตอนกลางภาคเรียนเทอมหนึ่ง…
…
จากวันแรกๆที่มาด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม เผลอแป๊ปเดียว
เธอสนิทกับคนทั้งห้อง เข้าได้กับทุกกลุ่ม ไม่เว้นกับ
พวกผู้ชายที่ซนเป็นลิงเป็นค่างอย่างเราๆ
” ซน แก่น ซ่า เฮี้ยว ไปไหนไปกัน ”
คำที่บอกแทนตัวเธอได้ดีที่สุด
…
ครั้งหนึ่งที่พวกเราเคยยกโขยงไปเยี่ยมเธอถึงห้องพัก
มันเป็นแฟลตตำรวจ พ่อเธอเป็นตำรวจ
วันนั้นเป็นเช้าวันอาทิตย์ พวกเราคุยกันเหมือนไม่ได้
เจอกันมาชาตินึง คุยกันหลายๆเรื่อง คุยกันเบาๆ
หัวเราะกันเบาๆ เบาขนาดที่ว่า น่าจะมีตำรวจสัก 10 คน
ขึ้นไป อยากลุกจากเตียงมาทำปืนลั่นใส่ไอ้พวกเด็กเวรทั้งหลาย ^^
…
มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เรามาร่วมแบ่งปันกัน
ต่างคนต่างมีเส้นทางของตัวเอง เธอเองก็เช่นกัน
ข่าวคราวของเธอเงียบหายไปเหมือนกับตอนที่เธอมาอย่างเงียบๆ
…
“ ขอบคุณคะ โอกาสหน้าแวะมาใหม่คะ “
เสียงบางเสียงปลุกให้ตื่นจากความทรงจำ
ถึงเวลาที่ผมต้องไปแล้วเหมือนกัน
” ขอบคุณคะ แล้วแวะมาอีกนะคะ ^^ “
เสียงใสๆ ยิ้มซนๆ กับเงาใครบางคน
ช่วงเวลาสั้นๆที่ย้อนเอาความสุขกลับคืนมา
ความสุขไม่ได้จากเราไปไหน มันอยู่กับเรามาตลอด
อยู่ในความทรงจำ…
.
.
.
ภาพประกอบ ” เอ๊าะ หนูหิ่นอินเตอร์ “
















